อยู่เวรครั้งแรกในออสเตรเลีย
posted on 11 Jan 2009 19:15 by cmudocinmelb
วันที่ฉันเริ่มทำงานคือวันที่ฉันต้องอยู่เวรครั้งแรก โอ้ พระเจ้าช่วย
อะไรๆก็ยังไม่คุ้นเคย วอร์ดไหนอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้
ชื่อยาอะไรบ้างก็ไม่เหมือนที่เคยสั่งบ้านเรา เกิดคนไข้ arrest
จะทำยังไงนี่ ฉันกังวลสาระพัดกับการอยู่เวรครั้งแรกในออสเตรเลีย
การ อยู่เวรของฉันซึ่งเรียกว่า Special med 1 นั้นคือการอยู่ดูแลคนไข้วอร์ด oncology, nephrology, respiratory, gastrology, drug&alcohol อยู่ตั้งแต่ 5-8.30 pm เท่านั้น (แต่ครั้งแรกรู้สึกมันยาวนานเหลือเกิน) จะมีหมออีกคนทำหน้าที่ Special med 2 ดูแลคนไข้วอร์ด cardiology, neurology, dermatology, endocrinology มีคนบอกฉันล่วงหน้าว่าถ้ายุ่งมากให้ขอให้หมอ Special med 2 มาช่วยได้ ค่อยยังชั่ว มีบัดดี้ให้พออุ่นใจบ้าง
ตอนประมาณ ห้าโมงกว่าๆ จะมีหมอที่ทำงานในวอร์ดที่เราจะต้องดูแลเพจมาส่งเวรให้โทรกลับ แล้วบอกเรา ว่ามีอะไรให้ทำต่อรึเปล่า มีคนไข้หนักที่ต้องดูแลเป็นพิเศษรึเปล่า แล้วจะมีพยาบาลเพจตามเป็นพักๆ เรียกให้ไปทำโน่น ทำนี่ เนื่องจากต้องดูแลหลายวอร์ดอยู่คนเดียว ก็ต้องเดินไปมาเยอะมาก เมื่อยขาไปหมด ฉันเตรียมตัวไว้แล้วว่าปกติงานหลักๆที่จะโดนตาม คือ เปลี่ยนเข็มแทงน้ำเกลือ เขียนกระดาษสั่งยาใหม่ คนไข้เจ็บอก หายใจหอบ มีไข้ รับคนไข้ใหม่ อะไรประมาณนี้ ถ้าโชคร้ายมีการเรียก โค้ดบลู ซึ่งหมายถึงคนไข้หนักก็ต้องวิ่งไปที่วอร์ดนั้นๆ ถึงไม่ใช่คนไข้ที่เราต้องดูแลก็ตาม ภาวนา อย่าให้มีโค้ดบลูในวันนี้เลย
ปิ๊บ ปิ๊บ ฉันโดนเพจเรียก โทรกลับพยาบาลบอกว่า เฮ้ ยูมีคนไข้สองคนของวอร์ดโรคไตได้เวลาเปลี่ยนเข็มน้ำเกลือคนไข้สองคน พูดถึงเรื่องเข็มแทงน้ำเกลือนี่ สำหรับหมอไทยส่วนมากเป็นเรื่องใหญ่ เพราะที่เมืองไทยนี่พยาบาลจะเป็นคนแทงเข็มน้ำเกลือ หมอไปทำอะไรที่หนักกว่านี้ แต่ที่ออสเตรเลียเป็นงานหลักของหมอจบใหม่เลยทีเดียว ฉันรู้ดีว่าฉันไม่คล่องเรื่องแทงน้ำเกลือนัก ก็แอบไปขอให้หน่วยการศึกษาของแพทย์ฝึกให้มาก่อนหน้า ซึ่งก็ช่วยให้ฉันคลำทางได้พอควร
เดินถึงวอร์ดโรคไต ปกติ คนไข้โรคไตมักมีปัญหาเรื่องเส้นเลือดทั้งเปราะ ทั้งหายาก หรือแข็ง เพราะมักมีโรคอื่น เช่น เบาหวาน มาก่อน คนไข้คนแรก ฉันแทงครั้งแรกไม่ได้ รู้สึกเสียเซลฟ์มาก บังเอิญเห็นมีหมออีกคนดูคนไข้เตียงข้าง จึงขอให้เค้าช่วย แล้วบอกเค้าว่าวันนี้ทำงานวันแรกจริงๆ หมอหนุ่มคนนี้ตอบกลับมาว่า โอเค แต่ไอก็เป็นแค่อินเทิร์น (เพิ่งจบ) นะ แล้วเค้าก็ช่วยแทงให้สำเร็จ ฉันก็ขอบคุณเขาไป
มาถึงคนไข้อีกคน แทงครั้งแรกไม่ได้อีกยิ่งเสียเซลฟ์หนักไปอีก หันไปหมอหนุ่มคนนั้นก็หายไปแล้ว เอ เอาไงดีหว่า และแล้วก็หันไปเจอหมออีกคนนึงกำลังเขียนอะไรงุดๆอยู่ที่ work station ฉันก็เลยเอาละวะ ขอให้เธอช่วยดีกว่า เธอเป็นหมอเอเชียแต่เกิดและโตที่นี่เพราะพูดภาษาสำเนียงออสซี่มาก พอเธอรู้ว่าฉันขอให้เธอช่วย เธอยิ้มที่มุมปากแล้วบอกว่า เอางี้แล้วกัน ฉันแทงน้ำเกลือให้เธอ เธอไปคุยกับญาติคนไข้ของฉันนะ เราสลับงานกัน ฉันก็โอเค เธอเข็นรถแทงน้ำเกลือออกไป ขณะที่ฉันกำลังอ่านประวัติของคนไข้ของเธออยู่นั้น พยาบาลก็เข้ามาบอกฉันว่า ยูรู้มั๊ยว่าหมอคนนั้นไม่แฟร์กับยูเลยนะ งานแทงน้ำเกลือเล็กๆ แต่โยนคนไข้ของเขามาให้แถมเป็นคนไข้ศัลย์นะ ไม่ใช่คนไข้เหม็ด ฉันว่าเธอขอให้ special med 2 มาช่วยเธอดีกว่านะ ฉันก็ อ้อเหรอ ไม่รู้นิ ฉันก็เลยวิ่งไปหาหมอผู้หญิงคนนั้นแล้วบอกว่า โทษทีนะ ฉันว่าเดี๋ยวฉันขอให้หมออีกคนมาช่วยดีกว่า เพราะว่ายูดูแลคนไข้ศัลย์นี่ เธอไม่พูดพล่ามทำเพลง ตะโกนด่าฉันต่อหน้าคนไข้ว่า ยูนี่หยาบคายมากเลย บอกให้ฉันแทงน้ำเกลือแล้วมาเปลี่ยนใจได้ไง เสียเวลาฉันมากๆ ฉันงงมากที่อยู่ๆเธอก็โกรธฉันมาก ฉันขอโทษขอโพยเธอใหญ่ เธอผลักรถแทงน้ำเกลือใส่ฉัน แล้วเดินออกไป ฉันงงจริงๆว่าทำไมเธอต้องโมโหขนาดนั้น พยาบาลเดินมาบอกฉันว่า หมอคนนั้นไม่น่าทำอย่างนั้นกับเธอต่อหน้าคนไข้นะ ไม่มีจรรยาบรรณแพทย์เลย ฉันรู้ว่าฉันผิดที่เปลี่ยนใจ เปลี่ยนคำพูด แต่ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอโกรธฉันขนาดนั้น รู้สึกแย่มากๆ
ฉันขอให้ special med 2 มาช่วย ซึ่งหมอคนนี้ก็ดีมากๆ มาช่วยให้แต่โดยดี แล้วไม่เห็นขอให้สลับงานอะไรเลย
ฉัน โดนตามให้เขียนสั่งน้ำเกลือ ตรวจคนไข้น้ำตาลต่ำ แล้วโดนตามให้ทำโน่นนี่จิปาถะ จนเลยสองทุ่มซึ่งเป็นเวลาส่งเวรฉันก็เคลียร์งานไม่เสร็จ จนกระทั่งเกือบสามทุ่ม มีหมอผู้หญิงคนนึงเดินตามมาหาฉัน แล้วบอกว่ายูส่งเวรแล้วกลับเถอะ ไอเพจตามยูหลายรอบไม่เห็นโทรกลับ ไอ้ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเวลาโดยเพจจากปลายทางโทรศัพท์เดียวกัน จะมีแค่ปิ๊บเดียวเท่านั้น จึงต้องลบข้อความเป็นระยะๆ ฉันรู้สึกผิดมากที่ทิ้งงานหลายอย่างให้เธอทำ แต่เธอบอกว่า ไม่เสร็จก็ไม่เป็นไร สามทุ่มแล้วนะ ฉันจัดการที่เหลือให้เอง
ฉันกลับ บ้านด้วยความรู้สึกแย่มากๆ จนร้องไห้กับสามี รู้สึกตัวเองงี่เงาสุดๆ ทั้งเรื่องแทงน้ำเกลือ ทั้งเรื่องที่โดนหมอผู้หญิงคนนั้นด่า ทั้งที่ทำงานไม่เสร็จ ทั้งรู้สึกว่าพยาบาลคงต้องคิดว่าเราโง่แน่ๆ ไม่เคยรู้สึกแย่ขนาดนี้มาก่อนในชีวิตจริงๆ
แค่อยู่วันแรกก็แย่ขนาดนี้แล้ว นี่ขนาดวันแรกนะ ยังมีอยู่เวรต่ออีกนับไม่ถ้วนเลย
การ อยู่เวรของฉันซึ่งเรียกว่า Special med 1 นั้นคือการอยู่ดูแลคนไข้วอร์ด oncology, nephrology, respiratory, gastrology, drug&alcohol อยู่ตั้งแต่ 5-8.30 pm เท่านั้น (แต่ครั้งแรกรู้สึกมันยาวนานเหลือเกิน) จะมีหมออีกคนทำหน้าที่ Special med 2 ดูแลคนไข้วอร์ด cardiology, neurology, dermatology, endocrinology มีคนบอกฉันล่วงหน้าว่าถ้ายุ่งมากให้ขอให้หมอ Special med 2 มาช่วยได้ ค่อยยังชั่ว มีบัดดี้ให้พออุ่นใจบ้าง
ตอนประมาณ ห้าโมงกว่าๆ จะมีหมอที่ทำงานในวอร์ดที่เราจะต้องดูแลเพจมาส่งเวรให้โทรกลับ แล้วบอกเรา ว่ามีอะไรให้ทำต่อรึเปล่า มีคนไข้หนักที่ต้องดูแลเป็นพิเศษรึเปล่า แล้วจะมีพยาบาลเพจตามเป็นพักๆ เรียกให้ไปทำโน่น ทำนี่ เนื่องจากต้องดูแลหลายวอร์ดอยู่คนเดียว ก็ต้องเดินไปมาเยอะมาก เมื่อยขาไปหมด ฉันเตรียมตัวไว้แล้วว่าปกติงานหลักๆที่จะโดนตาม คือ เปลี่ยนเข็มแทงน้ำเกลือ เขียนกระดาษสั่งยาใหม่ คนไข้เจ็บอก หายใจหอบ มีไข้ รับคนไข้ใหม่ อะไรประมาณนี้ ถ้าโชคร้ายมีการเรียก โค้ดบลู ซึ่งหมายถึงคนไข้หนักก็ต้องวิ่งไปที่วอร์ดนั้นๆ ถึงไม่ใช่คนไข้ที่เราต้องดูแลก็ตาม ภาวนา อย่าให้มีโค้ดบลูในวันนี้เลย
ปิ๊บ ปิ๊บ ฉันโดนเพจเรียก โทรกลับพยาบาลบอกว่า เฮ้ ยูมีคนไข้สองคนของวอร์ดโรคไตได้เวลาเปลี่ยนเข็มน้ำเกลือคนไข้สองคน พูดถึงเรื่องเข็มแทงน้ำเกลือนี่ สำหรับหมอไทยส่วนมากเป็นเรื่องใหญ่ เพราะที่เมืองไทยนี่พยาบาลจะเป็นคนแทงเข็มน้ำเกลือ หมอไปทำอะไรที่หนักกว่านี้ แต่ที่ออสเตรเลียเป็นงานหลักของหมอจบใหม่เลยทีเดียว ฉันรู้ดีว่าฉันไม่คล่องเรื่องแทงน้ำเกลือนัก ก็แอบไปขอให้หน่วยการศึกษาของแพทย์ฝึกให้มาก่อนหน้า ซึ่งก็ช่วยให้ฉันคลำทางได้พอควร
เดินถึงวอร์ดโรคไต ปกติ คนไข้โรคไตมักมีปัญหาเรื่องเส้นเลือดทั้งเปราะ ทั้งหายาก หรือแข็ง เพราะมักมีโรคอื่น เช่น เบาหวาน มาก่อน คนไข้คนแรก ฉันแทงครั้งแรกไม่ได้ รู้สึกเสียเซลฟ์มาก บังเอิญเห็นมีหมออีกคนดูคนไข้เตียงข้าง จึงขอให้เค้าช่วย แล้วบอกเค้าว่าวันนี้ทำงานวันแรกจริงๆ หมอหนุ่มคนนี้ตอบกลับมาว่า โอเค แต่ไอก็เป็นแค่อินเทิร์น (เพิ่งจบ) นะ แล้วเค้าก็ช่วยแทงให้สำเร็จ ฉันก็ขอบคุณเขาไป
มาถึงคนไข้อีกคน แทงครั้งแรกไม่ได้อีกยิ่งเสียเซลฟ์หนักไปอีก หันไปหมอหนุ่มคนนั้นก็หายไปแล้ว เอ เอาไงดีหว่า และแล้วก็หันไปเจอหมออีกคนนึงกำลังเขียนอะไรงุดๆอยู่ที่ work station ฉันก็เลยเอาละวะ ขอให้เธอช่วยดีกว่า เธอเป็นหมอเอเชียแต่เกิดและโตที่นี่เพราะพูดภาษาสำเนียงออสซี่มาก พอเธอรู้ว่าฉันขอให้เธอช่วย เธอยิ้มที่มุมปากแล้วบอกว่า เอางี้แล้วกัน ฉันแทงน้ำเกลือให้เธอ เธอไปคุยกับญาติคนไข้ของฉันนะ เราสลับงานกัน ฉันก็โอเค เธอเข็นรถแทงน้ำเกลือออกไป ขณะที่ฉันกำลังอ่านประวัติของคนไข้ของเธออยู่นั้น พยาบาลก็เข้ามาบอกฉันว่า ยูรู้มั๊ยว่าหมอคนนั้นไม่แฟร์กับยูเลยนะ งานแทงน้ำเกลือเล็กๆ แต่โยนคนไข้ของเขามาให้แถมเป็นคนไข้ศัลย์นะ ไม่ใช่คนไข้เหม็ด ฉันว่าเธอขอให้ special med 2 มาช่วยเธอดีกว่านะ ฉันก็ อ้อเหรอ ไม่รู้นิ ฉันก็เลยวิ่งไปหาหมอผู้หญิงคนนั้นแล้วบอกว่า โทษทีนะ ฉันว่าเดี๋ยวฉันขอให้หมออีกคนมาช่วยดีกว่า เพราะว่ายูดูแลคนไข้ศัลย์นี่ เธอไม่พูดพล่ามทำเพลง ตะโกนด่าฉันต่อหน้าคนไข้ว่า ยูนี่หยาบคายมากเลย บอกให้ฉันแทงน้ำเกลือแล้วมาเปลี่ยนใจได้ไง เสียเวลาฉันมากๆ ฉันงงมากที่อยู่ๆเธอก็โกรธฉันมาก ฉันขอโทษขอโพยเธอใหญ่ เธอผลักรถแทงน้ำเกลือใส่ฉัน แล้วเดินออกไป ฉันงงจริงๆว่าทำไมเธอต้องโมโหขนาดนั้น พยาบาลเดินมาบอกฉันว่า หมอคนนั้นไม่น่าทำอย่างนั้นกับเธอต่อหน้าคนไข้นะ ไม่มีจรรยาบรรณแพทย์เลย ฉันรู้ว่าฉันผิดที่เปลี่ยนใจ เปลี่ยนคำพูด แต่ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอโกรธฉันขนาดนั้น รู้สึกแย่มากๆ
ฉันขอให้ special med 2 มาช่วย ซึ่งหมอคนนี้ก็ดีมากๆ มาช่วยให้แต่โดยดี แล้วไม่เห็นขอให้สลับงานอะไรเลย
ฉัน โดนตามให้เขียนสั่งน้ำเกลือ ตรวจคนไข้น้ำตาลต่ำ แล้วโดนตามให้ทำโน่นนี่จิปาถะ จนเลยสองทุ่มซึ่งเป็นเวลาส่งเวรฉันก็เคลียร์งานไม่เสร็จ จนกระทั่งเกือบสามทุ่ม มีหมอผู้หญิงคนนึงเดินตามมาหาฉัน แล้วบอกว่ายูส่งเวรแล้วกลับเถอะ ไอเพจตามยูหลายรอบไม่เห็นโทรกลับ ไอ้ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเวลาโดยเพจจากปลายทางโทรศัพท์เดียวกัน จะมีแค่ปิ๊บเดียวเท่านั้น จึงต้องลบข้อความเป็นระยะๆ ฉันรู้สึกผิดมากที่ทิ้งงานหลายอย่างให้เธอทำ แต่เธอบอกว่า ไม่เสร็จก็ไม่เป็นไร สามทุ่มแล้วนะ ฉันจัดการที่เหลือให้เอง
ฉันกลับ บ้านด้วยความรู้สึกแย่มากๆ จนร้องไห้กับสามี รู้สึกตัวเองงี่เงาสุดๆ ทั้งเรื่องแทงน้ำเกลือ ทั้งเรื่องที่โดนหมอผู้หญิงคนนั้นด่า ทั้งที่ทำงานไม่เสร็จ ทั้งรู้สึกว่าพยาบาลคงต้องคิดว่าเราโง่แน่ๆ ไม่เคยรู้สึกแย่ขนาดนี้มาก่อนในชีวิตจริงๆ
แค่อยู่วันแรกก็แย่ขนาดนี้แล้ว นี่ขนาดวันแรกนะ ยังมีอยู่เวรต่ออีกนับไม่ถ้วนเลย