Medical Board of Victoria
posted on 11 Jan 2009 19:14 by cmudocinmelb
หลังจากสอบ AMC ผ่านทั้ง 2 parts แล้วก็ถึงเวลาเริ่มต้นหางาน
ความจริงมีหมอหลายๆคน โดยเฉพาะหมอจากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ
รวมถึงประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษและประเทศอื่นๆอย่าง อินเดีย
ศรีลังกา บังกลาเทศ สิงคโปร์ ฯลฯ สามารถหางานได้ก่อนที่จะสอบ AMC เสียอีก
โดยเฉพาะหมอที่มาจาก England, Scotland, Ireland มักจะได้งาน offer
ตั้งแต่อยู่ที่ประเทศของตัวเอง มาแบบ working holiday ซัก 6-12
เดือนแล้วก็กลับประเทศตัวเอง หมออินเดียหลายคนที่จบ spcecialist เป็นระดับ
consultant แล้วก็อาจจะได้งานเป็น senior registrar
ที่ออสเตรเลียโดยไม่ต้องสอบ AMC หมอหลายๆคนสามารถหางานได้หลังสอบผ่าน MCQ
เท่านั้น แต่ก็อยู่ที่จังหวะและโอกาสด้วย เพื่อนฉันหลายคนที่เรียน course
ด้วยกันสมัครงานหลังผ่าน MCQ แล้วได้สัมภาษณ์งาน และได้งานขณะเตรียมตัวสอบ
clinical ทำให้ต้องเลื่อนการเริ่มงานไปเพราะอยากสอบ clinical ให้ผ่านก่อน
ตัวฉันเองเคยร่อนใบสมัครหลังสอบผ่าน MCQ เหมือนกัน
แต่รอแล้วรออีกไม่มีวี่แวว ก็เลยล้มพับความคิดที่จะทำงานไป
อีกทั้งคุณสามีอยากให้สอบ clinical ให้ผ่านก่อนเริ่มต้นหางานอย่างจริงจัง
สอบ เสร็จปุ๊บฉันก็เริ่มร่อน CV ไปตามรพ.ต่างๆ ทั่วเมลเบอร์น และต่างรัฐ ตอนนั้นเป็นช่วงกันยายนหลายๆ คนบอกว่าเป็นช่วงดีของการได้รับเข้าทำงานเพราะหมอหลายๆ คนได้งานจากรพ.อื่นแล้วเปลี่ยนงานกัน แต่บางคนก็ว่างานถูก fill หมดแล้วช่วงสิงหาก็แล้วแต่คนจะว่าไป รอแล้วรออีกซัก 3 อาทิตย์ก็เริ่มมีรพ.ติดต่อเข้ามา
ฉันได้ไปสอบสัมภาษณ์งานที่ Maroondah hospital ซึ่งห่างจาก Melbourne ประมาณ 20 กิโลกว่าๆ ได้ ตอนเจอหมอคนสัมภาษณ์รู้สึกไม่ค่อยถูกชะตาเท่าไหร่ แถมดูท่าทางเหยียดผิวเล็กน้อย มารู้ทีหลังว่าที่รพ.นี้รับหมอจาก the U.K. เยอะ ไม่ค่อยมีหมอจากเอเชียเท่าไหร่ สัมภาษณ์เสร็จก็หายต๋อมไป
ไปสอบ สัมภาษณ์อีกที่คือ Calvary Hospital ที่ Canberra เป็นตำแหน่ง intern ซึ่งปกติจะหายากมาก ฉันบินไปสอบสัมภาษณ์คนเดียว ไปเช้าเย็นกลับ มีหมอสามคนรุมสัมภาษณ์ มีทั้งคำถามทั่วๆไปและคำถามเกี่ยวกับวิชาความรู้แพทย์ สัมภาษณ์เสร็จหมอทั้งสามคนดูจะพอใจมาก พูดชวนให้มาทำงานที่ Canberra ใหญ่ แถมมีข้อเสนอดีๆ ทั้งเรื่อง rotation ทั้งเรื่องการเทรนด้วย สรุปว่าได้งานแต่ไม่เป็นทางการ
กลับมาเมลเบอร์นก็มาคิดดูว่างานที่ Canberra ดูท่าทางดี แต่จะให้ย้ายไปก็ลำบากค่าครองชีพสูง แถมคุณสามีก็ยังเรียนปริญญาเอกไม่จบ ก็พยายามติดต่อรพ.ที่เมลเบอร์นไปหลายๆ ที่ว่าจะมีโอกาสได้สัมภาษณ์บ้างมั๊ย ปรากฎว่ามีรพ.ใกล้เมืองอย่าง Western Hospital ติดต่อมาบอกจะนัดสัมภาษณ์ ฉันเลยรีบไปถามเพื่อนๆ ที่ทำงานที่รพ.แห่งนี้ว่าสัมภาษณ์เป็นอย่างไร เพราะเห็นว่าคำถามยาก และก็เป็นอย่างที่คาด มีหมอสามคนรุมสัมภาษณ์ถามคำถามทั่วไปเล็กน้อย แล้วถามแต่คำถามความรู้ทางการแพทย์ รวมทั้งการแก้สถานการณ์ฉุกเฉิน การอ่าน ECG เป็นหลายสิบข้อ ทำเอาระบมไปหมด แถมสัมภาษณ์เสร็จไม่บอกว่าได้งานรึเปล่า ยิ่งทำให้ใจแป้ว กลับบ้านมาใจตุ้มๆต่อมๆว่าจะได้ไป Canberra แน่ๆ ทาง Canberra ก็ส่ง offer letter มาให้แถมโทรมาเช้าเย็นว่าจะรับ Offer มั๊ย ฉันเลยต้องผ่อนผันไปเรื่อยๆเพราะใจนึงก็อยากได้งานที่ Western hospital
และ แล้ววันที่รอคอยก็มาถึง ทาง Western hospital โทรมาบอกได้งานแล้ว ให้รีบติดต่อ Medical board เพื่อเริ่มงานทันที ฉันดีใจมากเพราะรพ.ใกล้บ้านที่อยู่มาก ห่างจากเมืองแค่ 10 กิโล มารู้ทีหลังจากคนที่สัมภาษณ์ฉัน ชื่อว่า Sean ที่ต่อมาเป็นแพทย์พี่เลี้ยงของฉัน Sean บอกฉันว่าฉันตอบคำถามตอนสัมภาษณ์ดีมาก อาจจะถือว่าเป็นดีที่สุดเท่าที่เคยสัมภาษณ์มา ก็แหม เพิ่งสอบ clinical เสร็จ ความรู้ยังแน่นเปรี๊ยะ แถมได้โพยข้อสอบเล็กน้อยจากเพิ่อนๆ มาด้วย อิอิ
หลังจากได้งานที่ Western Hospital แล้ว ตอนหลังยังมีรพ.อื่นๆ ทั้งในเมลเบอร์นและต่างรัฐอย่าง Perth, Northern Territory, Adelaide ติดต่อมาเรื่อยๆ แต่ก็ต้องบอกปัดไปเพราะได้งานใกล้ตัวแล้ว ฉันรู้สึกว่าเมื่อผ่าน clinical แล้วโอกาสได้งานจะง่ายขึ้นมาก แต่ได้ข่าวว่า ระยะหลังๆที่ AMC เปิดสนามสอบมากขึ้น ทำให้มีหมอผ่านAMC มากขึ้น โอกาสได้งานก็น้อยลง จึงถือว่าช่วงที่ฉันผ่าน AMC เป็นจังหวะและโอกาสที่ดี
สอบ เสร็จปุ๊บฉันก็เริ่มร่อน CV ไปตามรพ.ต่างๆ ทั่วเมลเบอร์น และต่างรัฐ ตอนนั้นเป็นช่วงกันยายนหลายๆ คนบอกว่าเป็นช่วงดีของการได้รับเข้าทำงานเพราะหมอหลายๆ คนได้งานจากรพ.อื่นแล้วเปลี่ยนงานกัน แต่บางคนก็ว่างานถูก fill หมดแล้วช่วงสิงหาก็แล้วแต่คนจะว่าไป รอแล้วรออีกซัก 3 อาทิตย์ก็เริ่มมีรพ.ติดต่อเข้ามา
ฉันได้ไปสอบสัมภาษณ์งานที่ Maroondah hospital ซึ่งห่างจาก Melbourne ประมาณ 20 กิโลกว่าๆ ได้ ตอนเจอหมอคนสัมภาษณ์รู้สึกไม่ค่อยถูกชะตาเท่าไหร่ แถมดูท่าทางเหยียดผิวเล็กน้อย มารู้ทีหลังว่าที่รพ.นี้รับหมอจาก the U.K. เยอะ ไม่ค่อยมีหมอจากเอเชียเท่าไหร่ สัมภาษณ์เสร็จก็หายต๋อมไป
ไปสอบ สัมภาษณ์อีกที่คือ Calvary Hospital ที่ Canberra เป็นตำแหน่ง intern ซึ่งปกติจะหายากมาก ฉันบินไปสอบสัมภาษณ์คนเดียว ไปเช้าเย็นกลับ มีหมอสามคนรุมสัมภาษณ์ มีทั้งคำถามทั่วๆไปและคำถามเกี่ยวกับวิชาความรู้แพทย์ สัมภาษณ์เสร็จหมอทั้งสามคนดูจะพอใจมาก พูดชวนให้มาทำงานที่ Canberra ใหญ่ แถมมีข้อเสนอดีๆ ทั้งเรื่อง rotation ทั้งเรื่องการเทรนด้วย สรุปว่าได้งานแต่ไม่เป็นทางการ
กลับมาเมลเบอร์นก็มาคิดดูว่างานที่ Canberra ดูท่าทางดี แต่จะให้ย้ายไปก็ลำบากค่าครองชีพสูง แถมคุณสามีก็ยังเรียนปริญญาเอกไม่จบ ก็พยายามติดต่อรพ.ที่เมลเบอร์นไปหลายๆ ที่ว่าจะมีโอกาสได้สัมภาษณ์บ้างมั๊ย ปรากฎว่ามีรพ.ใกล้เมืองอย่าง Western Hospital ติดต่อมาบอกจะนัดสัมภาษณ์ ฉันเลยรีบไปถามเพื่อนๆ ที่ทำงานที่รพ.แห่งนี้ว่าสัมภาษณ์เป็นอย่างไร เพราะเห็นว่าคำถามยาก และก็เป็นอย่างที่คาด มีหมอสามคนรุมสัมภาษณ์ถามคำถามทั่วไปเล็กน้อย แล้วถามแต่คำถามความรู้ทางการแพทย์ รวมทั้งการแก้สถานการณ์ฉุกเฉิน การอ่าน ECG เป็นหลายสิบข้อ ทำเอาระบมไปหมด แถมสัมภาษณ์เสร็จไม่บอกว่าได้งานรึเปล่า ยิ่งทำให้ใจแป้ว กลับบ้านมาใจตุ้มๆต่อมๆว่าจะได้ไป Canberra แน่ๆ ทาง Canberra ก็ส่ง offer letter มาให้แถมโทรมาเช้าเย็นว่าจะรับ Offer มั๊ย ฉันเลยต้องผ่อนผันไปเรื่อยๆเพราะใจนึงก็อยากได้งานที่ Western hospital
และ แล้ววันที่รอคอยก็มาถึง ทาง Western hospital โทรมาบอกได้งานแล้ว ให้รีบติดต่อ Medical board เพื่อเริ่มงานทันที ฉันดีใจมากเพราะรพ.ใกล้บ้านที่อยู่มาก ห่างจากเมืองแค่ 10 กิโล มารู้ทีหลังจากคนที่สัมภาษณ์ฉัน ชื่อว่า Sean ที่ต่อมาเป็นแพทย์พี่เลี้ยงของฉัน Sean บอกฉันว่าฉันตอบคำถามตอนสัมภาษณ์ดีมาก อาจจะถือว่าเป็นดีที่สุดเท่าที่เคยสัมภาษณ์มา ก็แหม เพิ่งสอบ clinical เสร็จ ความรู้ยังแน่นเปรี๊ยะ แถมได้โพยข้อสอบเล็กน้อยจากเพิ่อนๆ มาด้วย อิอิ
หลังจากได้งานที่ Western Hospital แล้ว ตอนหลังยังมีรพ.อื่นๆ ทั้งในเมลเบอร์นและต่างรัฐอย่าง Perth, Northern Territory, Adelaide ติดต่อมาเรื่อยๆ แต่ก็ต้องบอกปัดไปเพราะได้งานใกล้ตัวแล้ว ฉันรู้สึกว่าเมื่อผ่าน clinical แล้วโอกาสได้งานจะง่ายขึ้นมาก แต่ได้ข่าวว่า ระยะหลังๆที่ AMC เปิดสนามสอบมากขึ้น ทำให้มีหมอผ่านAMC มากขึ้น โอกาสได้งานก็น้อยลง จึงถือว่าช่วงที่ฉันผ่าน AMC เป็นจังหวะและโอกาสที่ดี