ปลอดเชื้อ (Sterile) รึเปล่านะ

posted on 15 Jan 2009 10:30 by cmudocinmelb
 

ที่เล่าให้ฟังคราวที่แล้วเรื่องหมอศัลย์ที่นี่มักจะใส่ชุดผ่าตัดเดินเข้าออกระหว่างห้องผ่าตัดกับวอร์ดเป็นว่าเล่นนั้น

 

นึกกลับไปเมื่อสมัยอยู่เมืองไทยนั้น เขตห้องผ่าตัดเป็นเขตปลอดเชื้อ (Sterile) จริงๆ จำได้ว่าสมัยเป็นนศพ. (นักศึกษาแพทย์) เวลาเข้าห้องผ่าตัดแต่ละทีจะต้องเปลี่ยนรองเท้า เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดหลวมๆ สีเขียวๆ ใส่หมวก ใส่หน้ากาก ถึงจะเข้าเขตห้องผ่าตัดได้ เวลาจะเข้าดูเคสในห้องผ่าตัดจริงๆ ก็มักจะโดนพยาบาลต่อว่า (แกมตะคอก) เป็นประจำว่า หมอไม่ sterile ประมาณว่าขนาดยืนห่างเขตเตียงผ่าตัดตั้งไกล เวลาเข้าห้องผ่าตัดทีต้องเดิมอ้อมไกลๆ แทรกตัวแทบเสมือนเป็นจิ้งจกข้างฝาเลย เวลาจะดูเคสกับอาจารย์ทีต้องมองจากมุมไกลแตะตัวท่านไม่ได้เพราะจะไม่ sterile หากอยากเข้าดูเคสผ่าตัดจริงๆ ต้องเปลี่ยนเป็นชุดปลอดเชื้อทับเสื้อห้องผ่าตัดอีกที เวลาจะเดินออกต้องใส่เสื้อคลุมทับหรือเปลี่ยนเสื้อออกมา เวลาจะเข้าห้องผ่าตัดก็ต้องเปลี่ยนเสื้ออีกรอบหรือเอาเสื้อคลุมทับออก วุ่นวายมากจนบางทีไม่อยากเดินเข้าออกห้องผ่าตัดเลย

 

ที่เมลเบอร์นนั้น มักจะเห็นหมอแผนกศัลยกรรมใส่เสื้อห้องผ่าตัด (Scrub) สีฟ้าๆ หลวมๆ บางคนสวมหมวกผ้ากับรองเท้าผ้าหุ้มรองเท้าตัวเองอีกที เดินไปมา ก็พาลให้สงสัยว่าท่าจะยุ่งจนไม่มีเวลาเปลี่ยนเสื้อกัน จนได้มาผ่านวอร์ดศัลย์ถึงได้เข้าใจว่าปกติแล้วพวกหมอศัลย์ใส่เสื้อ scrub นี้ตัวเดียวตั้งแต่เช้าจนเย็น ไอ้ผ้าหุ้มรองเท้าก็เดินเข้าออกระหว่าห้องผ่าตัดกับวอร์ดตลอดวัน ไม่ได้มีการเปลี่ยนเลย งงมาก ที่งงคือคอนเซ็บท์ของเขตปลอดเชื้อนั้น คือ ไม่ควรให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคระหว่างภายนอกและภายในห้องผ่าตัด แล้วการที่ใส่ผ้าหุ้มรองเท้าเดินเข้าออกอยู่คู่เดียวนี่ ถึงแม้จะมองไม่เห็นเชื้อโรคแต่เชื้อมันคงเดินทางไปมาทั่วโรงพยาบาล ลองคิดดูว่าเหยียบเลือดในห้องผ่าตัด ปนออกมาในวอร์ด เอาเชื้อโรคจากคนไข้ในวอร์ดเข้าไปในห้องผ่าตัดอีก นี่ยังไม่รวมคิดถึงเชื้อโรคทั่วไปบนเสื้อ scrub ด้วยนะเนี่ย

อีกทั้งระหว่างผ่าตัด คนเดินเข้าออกห้องผ่าตัดแบบไม่มีผ้าปิดปากกันเป็นว่าเล่น (บ้านเรานี่ไม่ได้เลย โดนด่าแต่ไกลแล้ว) คุยกันไปมา เชื้อจากคอและลมหายใจคงบินว่อนไปทั่วห้องผ่าตัดที่เห็นมาแล้วกับตาคือตอนเข้าเคสผ่าตัดปลูกถ่ายเส้นเลือดเทียม (graft) ปกติบ้านเราการผ่าตัดแบบนี้ต้อง sterile สุดๆ เพราะ graft เป็นสิ่งแปลกปลอม หากติดเชื้อจะทำให้เกิดการติดเชื้อเข้ากระแสเลือด อันตรายมาก แต่นี่ค่ะ consultant เดินเข้ามาแบบไม่มี mask ยื่นหน้าเข้าฟิลด์ผ่าตัดแล้วถามว่า ทุกอย่างโอเคมั๊ย เห็นแล้วอึ้งค่ะ ไม่รู้น้ำลาย consultant หยดลงไปบนฟิลด์กี่ละออง ตกใจมาก

พวกหัตถการข้างเตียงที่ปกติบ้านเราทำกันบ่อยมาก แต่เน้นปลอดเชื้อสุดๆ คอนเซ็บท์คือ การทำหัตถารต้องทำให้เขตปลอดเชื้อเพื่อลดการติดเชื้อหลังหัตถการค่ะ ที่นี่ค่ะ ทำแบบ semi-sterile (กึ่งปลอดเชื้อ) แทน sterile (ปลอดเชื้อ) แต่ก็ยังเรียกว่าปลอดเชื้อกันได้เต็มปาก ยกตัวอย่างค่ะ เย็บแผล ปกติบ้านเราเตรียมเซ็ตเย็บแผล เช็ดทำความสะอาด ปูผ้าปลอดเชื้อ ฉีดยาชา เริ่มทำทุกอย่างในเขตที่ปูผ้าค่ะ หากมีการปนเปื้อน เช่น มือโดนนอกเขตปลอดเชื้อก็ต้องเปลี่ยนถุงมือปลอดเชื้อกันใหม่ แต่ที่ออสเตรเลียค่ะ เห็นหมอหลายๆ คนแค่เช็ดทำความสะอาด ไม่ปูผ้าปลอดเชื้อ เย็บไปมา ด้ายออกนอกเขตที่เช็ด ลองคิดดูสิค่ะ ปลายด้ายปนเปื้อนเชื้อ ผ่านเข้าแผลเย็บ ร้อยไปมา ปนเปื้อนเชื้อไปมา แค่คิดก็ติดเชื้อแล้วค่ะ

 อีกหัตถการหนึ่งขอยกตัวอย่างคือการเจาะน้ำไขสันหลังค่ะ หัตถการนี้ก็เหมือนกัน ต้องทำให้ปลอดเชื้อสุดๆ เพราะถ้าติดเชื้อก็จะติดเชื้อเข้าเยื่อหุ้มสมอง เห็นมาแล้วค่ะ ว่าหมอที่นี่ใส่ชุดกาวน์ปลอดเชื้อนะคะ ใส่ผ้าปิดปากนะคะ ทำความสะอาด ปูผ้า เริ่มหัตถการเหมือนจะสะอาดสุดๆ ค่ะ แต่แล้วผ้าเลื่อนตกจากตัวคนไข้ เธอก็หยิบขึ้นวางที่เดิม มือบางส่วนออกนอกเขตปลอดเชื้อแล้วแต่ก็กลับมาจับเขตปลอดเชื้ออีก แค่คิดตามหลักปลอดเชื้อแล้วนี่ถือเป็นการปนเปื้อน แต่ไม่ค่ะ เธอทำต่อจนเสร็จ เฮ้อ แค่คิดก็ติดเชื้ออีกแล้วค่ะรู้สึกว่าหมอทีนี่ทำหัตถการต่างๆ ไม่ปลอดเชื้อ ไม่สะอาดเท่าบ้านเรา ดูไม่ซีเรียสเหมือนบ้านเรา (คิดสมัยพยาบาลบอกแกมตะคอกว่า หมอ ไม่ sterile) อัตราการติดเชื้อจากเชื้อในรพ.ก็เห็นกันประปราย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะประเทศนี้สะอาดรึเปล่าเลยไม่ค่อย sterile กัน แค่พอถูๆ ไถๆ ว่าเช็ดให้สะอาดแล้ว แต่ clean กับ sterile นี่ความหมายต่างกัน

ไม่อยากจะบอกว่าเห็นคนไข้กลับมาเพราะแผลติดเชื้อก็เยอะ ติดเชื้อจากเชื้อในรพ.ก็หลายคน graft ติดเชื้อกันก็มี ซึ่งว่าไปก็พอจะเดาออกว่าสงสัยเคสหลังนี้คงเป็นเคสเดียวกับที่ consultant ยื่นหน้าเข้ามาถามว่า Is everything ok? ตอนนั้นอยากจะบอกท่านจริงๆ ว่า It would be ok if you put a mask on (มันคงดีกว่านี้ท่ายูจะใส่ผ้าปิดปาก) ค่ะ

edit @ 15 Jan 2009 11:27:55 by Sira

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet