เวรดึก
posted on 22 Jan 2009 07:22 by cmudocinmelb
ถูกจัดอยู่เวรดึกติดกัน 9 อาทิตย์ในปีแรก แล้วก็อีก 8 อาทิตย์ติดกันในปีที่สอง
อาจจะมองอย่างมีอคติ แต่เท่าที่สังเกต หมอที่ถูกจัดให้อยู่เวรดึก ส่วนมากเป็นหมอที่จบจากประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่ออสเตรเลีย (ก็คือพวก overseas trained doctors หัวดำๆ อย่างพวกเรานี่แหละ)
ที่เมืองไทยนั้น ทุกคนจะจัดให้อยู่เวรดึกวนกันไป ซึ่งหมายถึงทำงานตอนกลางวันเสร็จแล้วกลับบ้าน (หรืออาจจะไม่ได้กลับ) อาบน้ำแต่งตัว ทานข้าวเย็น (อาจจะไม่มีเวลาได้ทาน) แล้วกลับมาอยู่เวรที่รพ.ต่อ ตื่นเช้ามาก็ไปราวด์วอร์ดเหมือนปกติ หากเป็นรพ.เอกชนก็อาจจะจ้างให้หมอที่ปกติทำงานในรพ.รัฐบาลตอนกลางวันให้มาอยู่เวรดึกให้ แล้วตอนเช้าหมอคนนั้นก็กลับไปทำงานต่อในรพ.รัฐบาลที่ตนสังกัดอยู่
ในออสเตรเลียนั้น การอยู่เวรดึกจะแยกเป็นเวรดึกเฉพาะ แต่ละรัฐ แต่ละรพ.มีการจัดเวรให้แตกต่างกันไปแต่ยังไงก็คือ ทำงานแต่ตอนกลางคืนเท่านั้น ที่รพ.ที่เคยทำงานนั้น จัดให้อยู่เวรดึกติดกันเจ็ดคืน แล้วก็ว่างอีกเจ็ดวัน! เรียกกันว่า 7 days on, 7 days off ฟังดูแปลกดี เพราะหมายถึงการทำงานตั้งแต่ 8pm – 8.30 am กลับบ้านทานข้าวเช้าแล้วนอน ตื่นตอนเย็น ทานข้าวเย็นแล้วกลับไปรพ.ใหม่ ใช้ชีวิตมนุษย์ค้างคาวแบบนี้ไปเจ็ดวัน แล้วหยุดงานไปเลยเจ็ดวัน แล้วกลับมาใช้ชีวิตมนุษย์ค้างคาวใหม่อีกเจ็ดคืน สลับกันแบบนี้ไปหลายอาทิตย์จนหมดภาระเวรดึกหลายๆ คนไม่ชอบเวรดึกเพราะอยู่เวรคนเดียวคุมหลายวอร์ด งานยุ่งและเหนื่อย โดยเฉพาะหมอฝรั่งที่จบที่นี่จะเกลียดเวรดึกมาก หากได้อยู่ก็โทรลาป่วยกันบ่อยๆ
จากประสบการณ์ที่อยู่มาบ่อยมาก.....ก.... ถ้าเทียบกับหมอหลายๆ คนที่นี่ พบข้อดีหลายๆ ข้อของการอยู่เวรดึก
หนึ่ง คือ มีเวลาพักเยอะมาก ลองคิดดูว่าอยู่เวรดึก 8 อาทิตย์ อยู่เวร 4 อาทิตย์ แล้วหยุด 4 อาทิตย์ ว่าไปก็เหมือนทำงานแค่หนึ่งเดือนในสองเดือน ช่วงอาทิตย์ที่หยุด อยากไปเที่ยวไหนก็ได้ ทำอะไรก็ได้
สอง ได้เงินเดือนมากขึ้น เพราะการอยู่เวรดึกในออสเตรเลียนั้นจะมีค่าอยู่เวรดึกซึ่งมากกว่าชั่วโมงธรรมดา รวมทั้งได้ค่า overtime เยอะ
สาม ได้รู้จักบุคลากรมากขึ้น ทั้งหมอด้วยกัน ทั้งแผนกเดียวกัน ต่างแผนก หมอรุ่นเดียวกัน หมอรุ่นพี่ พยาบาล ยาม คนขนเปล ฯลฯ เพราะคนทำงานเวรดึกด้วยกันน้อย หากมีปัญหาอะไรก็ต้องช่วยเหลือกัน ถ้าว่างก็ได้นั่งเม้าท์กัน ได้รู้จักกันมากขึ้น สนิทกันมากขึ้น เมื่อมีปัญหาในอนาคตก็ขอความช่วยเหลือกันได้ง่ายขึ้น
สี่ ทำงานเสร็จก็จบ ไม่ต้องมาติดตามว่าคนไข้เป็นยังไงต่อ (แต่ถ้ามีเวลา อยากศึกษาเพิ่มเติมก็ติดตามต่อเองได้) ไม่ต้องมานั่งปวดหัวเรื่องการเมืองในวอร์ด ไม่ต้องมาคิดว่า consultant ชอบแบบนี้ อีกคนชอบอีกแบบ ทำหน้าที่ของตัวให้เสร็จก็จบ
ข้อเสียก็มีหลายข้อ คือ ขาดสังคมไปเลยช่วงที่ทำงานเวรดึก เพราะช่วงที่ทำงานคือ ขาดการติดต่อโลกภายนอก ตอนกลางวันคือนอนเท่านั้น (อันนี้ใครนอนยากหน่อยก็ซวยไป) ปิดมือถือ ดึงสายโทรศัพท์ออก เสียบ ear plugs นอนไปเลยก็มี ส่วนเวลาที่เราหยุดอาทิตย์นึงนั้น เพื่อนๆ เราเค้าทำงานกัน ไม่มีใครมามีเวลาไปไหนกับเราหรอก
อีกข้อก็คือ หากมีคนไข้หนัก หรืองานหนักคืนนั้น หมายถึง ต้องวิ่งวุ่นอยู่คนเดียวทั้งรพ. เคยมีอยู่คืนนึงที่มีคนไข้รับใหม่ 12 คน ใครจะไปทำทันเพราะคนนึงก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงแล้ว ไหนจะคนไข้ในวอร์ดเจ็บอกอีก แทงน้ำเกลือรออีกเป็นสิบ เช้าอีกวันส่งเวรให้หมอตอนเช้า รับคนไข้ไม่เสร็จไปสี่ราย โดนค้อนหนักเลย
ก็แล้วแต่คนจะชอบ บางคนชอบเวรดึก เพราะจะได้มีเวลาอ่านหนังสือเตรียมสอบมากขึ้น แต่สำหรับตัวเองนั้น ไม่ค่อยชอบนักเพราะรู้สึกว่า ท่าจะเริ่มชรา สังขารไม่ค่อยไหวกับการใช้ชีวิตมนุษย์ค้างคาวนัก หน้าตาทรุดโทรม ไม่ไหวค่า