ล่าม คนสำคัญในการสื่อสาร
posted on 23 Jan 2009 06:26 by cmudocinmelb
อยู่เมืองไทย พูดแต่ภาษาไทย นานๆ ทีจะมีโอกาสได้ สปิกอิงลิช กับเค้าบ้าง จำได้ว่าสมัยเป็นนศพ.ปี5 มีเพื่อนในกลุ่มคนนึง (ซึ่งตอนนี้เป็นอาจารย์ในภาควิชาเด็กแล้ว) วิ่งหน้าตื่นมาแล้วบอกว่า โอ...ฝรั่งมา อ้าวแล้วทำไมล่ะ เพื่อนชาย (ที่หน้าตาน่ารัก อิอิ) คนนี้เลยบอกว่า ฝรั่งถามเค้าว่า ยูพูดภาษาอังกฤษได้มั๊ย เค้าก็ตอบไปว่า No, I can’t but Sira can เป็นเรื่องโจ๊กมากเลยตอนนั้น แต่ป่านนี้ เพื่อนคนนี้คงพูดได้เขียนได้คล่องปรื๋อแล้ว เพราะเห็นมีชื่อในวารสารอ้างอิงเป็นภาษาอังกฤษอยู่หลายฉบับ
เคยทำงานที่อ.ทุ่งหัวช้างซึ่งเป็นเขตกันดารของจังหวัดลำพูน มีประชากรชาวเขาอยู่มาก ต้องมีล่ามประจำเผ่า (หรือหัวหน้าเผ่านั่นแหละ) มาหาหมอกับคนไข้บ่อยๆ แต่เป็นประสบการณ์สั้นๆ แค่ 2 เดือนเท่านั้น
ออสเตรเลียเป็นประเทศใหม่ที่รับชนชาติจากนาๆ ประเทศให้เข้ามาอยู่กัน เนื่องจากชนบางกลุ่มมีประชากรอยู่ในออสเตรเลียมาก จึงมีชุมชนของตัวเอง คงวัฒนธรรมส่วนใหญ่ของตัวเอง พูดภาษาตัวเอง ซื้อของจากร้านชนชาติตัวเอง จึงไม่มีความจำเป็นในการพูดภาษาอังกฤษ หรือบางครั้งอาจเป็นพ่อแม่ผู้สูงอายุที่ถูกสปอนเซอร์จากลูกหลานของตัวเองให้มาอยู่ในออสเตรเลีย อยู่แต่กับครอบครัวตัวเอง จึงไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ที่เห็นได้ชัด คือ อิตาเลียน และ เวียดนาม แต่รพ. Western Hospital ที่ทำงานอยู่นั้นเป็นย่านชุมชนคนเวียดนาม คนผิวดำที่ส่วนมากพูดภาษาดิงโก้ (dingo) Macedonian และมีอิตาเลียนอยู่บ้างบางส่วน
ด้วยความที่ว่าเป็นหมอเอเชียหัวดำ ใครๆ ก็ชอบถามว่ายูพูดภาษาเวียดนามได้รึเปล่า (โอ้โน) หรือบางทีก็ถามว่าพูดภาษาจีนได้รึเปล่า ต้องบอกไปว่า ไม่ได้ ไม่ใช่คนเวียดนาม แต่ภาษาจีนนี่พูดได้นิดหน่อยพอสื่อสารได้ เพราะคุณสามีมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ แต่จะให้สื่อสารด้วยคำทางการแพทย์นี่ก็ไม่ไหว แต่ถึงกระนั้นก็เคยตรวจคนไข้คนจีนแบบพูดจีนปนอังกฤษปนภาษามือแต่รู้เรื่องกันดี แฮบปี้กันทั้งสองฝ่ายมาแล้ว
มีอยู่ครั้งนึงที่ถูกขอให้ไปช่วยพูดกับคนไข้ลาวคนนึงที่ห้องฉุกเฉิน เพราะคนไข้พูดภาษาไทยได้เพราะเคยอยู่ศูนย์อพยพในไทยมาก่อน แต่คนไข้เมามาก เราพูดไทยใส่ก็พูดภาษาอังกฤษปนไทยปนลาวกลับมาอยู่ดี สรุป คุยกันไม่รู้เรื่อง ฮ่าฮ่าฮ่า
บางทีลูกหลานญาติพี่น้องนั่นแหละที่เป็นล่ามจำเป็นให้ แต่ในรพ.ที่นี่ไม่แนะนำให้ใช้เพราะบางอย่างเป็นเรื่องของสิทธิส่วนตัวที่ญาติไม่ควรมามีส่วนรู้เห็นกับคนไข้ หรือบางทีคนไข้ก็ไม่อยากให้ญาติรู้เลยตอบไม่ตรงประเด็นหรือบิดเบือนความจริงก็ได้ หรือบางทีญาติๆ ก็อาจไม่เข้าใจภาษาอังกฤษหรือภาษาทางการแพทย์ดีพอ ทำให้สื่อสารผิดได้ ดังนั้นล่ามมืออาชีพจำเป็นมากที่รพ.ที่เคยทำงานอยู่นั้น มีล่ามภาษาเวียดนาม จีน อาราบิก ประจำรพ.เลยทีเดียว
ล่ามพวกนี้จะต้องผ่านการสอบ ต้องมีความรู้เรื่องศัพท์ทางการแพทย์พอสมควร เราสามารถโทรตามให้มาเป็นล่ามในวอร์ดที่เราต้องการได้ แต่บางทีพวกเค้ายุ่งมากต้องรอเป็นชั่วโมงๆ ก็มี บางทีก็ต้องจองไว้ก่อนล่วงหน้าเป็นวัน หากเป็นภาษาอื่นๆ ก็สามารถโทรไปหาศูนย์จัดหาล่ามแล้วมีการแปลผ่านทางโทรศัพท์ก็มี น่าสนใจมากสำหรับคนที่มาจากประเทศที่พูดกันภาษาเดียวทั้งประเทศอย่างเราในตอนแรกๆ บางทีคิดว่าเคสนี้ก็พอพูดรู้เรื่อง แต่พอ Consultant มาคุยด้วย หากคนไข้พูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดีนัก consultant ก็จะบอกเลยว่าขอล่ามก่อนแล้วค่อยมาปรึกษาอีกที ทำเอาเสียเวลาไปเยอะเลย เพราะกว่าจะติดต่อให้ล่ามมา (หรือบางทีให้โทรกลับ) กว่าล่ามจะติดต่อกลับ กว่าจะเริ่มสนทนากันได้ก็รอไปเป็นครึ่งชั่วโมงอย่างต่ำ
คิดเล่นๆ ว่าคนในออสเตรเลียเองว่าไปก็เสียเปรียบนะ เพราะพูดได้อยู่ภาษาเดียวแล้วดูเหมือนว่าจะเรียนรู้ภาษาอื่นได้ยากเหลือเกิน ในขณะที่ผู้อพยพเข้ามาอยู่พูดกันได้อย่างน้อยสองภาษา เห็นเพื่อนคนมาเลเซีย คนจีนหลายคนพูดกันได้อย่างน้อยคนละสามสี่ภาษาแล้วน่าทึ่ง นี่กะว่าซักวันในอนาคตต้องพูดสื่อสารภาษาจีนกับคนไข้ให้รู้เรื่องให้ได้ แบบไม่ต้องใช้ล่ามภาษาจีนแมนดารินเลย เอาน่ะต้องมีซักวันล่ะ

#1 By ของขวัญวาเลนไทน์ (58.9.13.41) on 2009-01-23 07:33