การทำงานเพื่อให้ได้ full registration ในออสเตรเลียนั้นต้องมีการไปผ่านวอร์ดศัลยกรรมด้วย รพ.จัดให้อยู่วอร์ดศัลยกรรมหลอดเลือด ปกติก็ไม่ชอบศัลย์อยู่แล้วแต่ต้องมาผ่าน จะรอดมั๊ยเนี่ย

โทรหา resident ที่อยู่ก่อนหน้า โชคดีที่เป็นเพื่อนของเพื่อนเราเอง เลยคุยกันง่ายหน่อย นัดเจอ Stephanie บ่ายวันหนึ่ง Steph อยากเรียนต่อศัลย์ จึงเป็น resident ที่ผ่านวอร์ดศัลย์แล้วขยันมาก..........ก พยาบาลในวอร์ดชอบเธอมาก.............ก เอาล่ะสิ เจองานหนักแล้วเรา  Steph อธิบายให้ฟังว่าหน้าที่ทั่วไปของ resident มีอะไรบ้าง เขียนเป็นลิสต์ให้ น่ารักมาก แต่ละวันมีอะไรต้องทำบ้าง แล้วก็บอกเราว่า หน้าที่หลักคือคุมวอร์ด แต่ถ้าอยากเป็นหมอศัลย์ก็เข้าห้องผ่าตัดบ่อยๆ ประมาณว่าต้องเสนอหน้าให้ consultant เห็นบ่อยๆ

หน้าที่หลักของแต่ละวันจะต่างกัน แต่ทั่วไปคือ มาให้ถึงวอร์ดก่อน หน้าที่หลักของแต่ละวันจะต่างกัน แต่ทั่วไปคือ มาให้ถึงวอร์ดก่อน เจ็ดโมงครึ่งตอนเช้า พิมพ์ลิสต์คนไข้ที่จะราวด์ รอส่งเวรจากหมอเวรดึกว่าคนไข้วอร์ดเรามีปัญหาอะไรรึเปล่า  Vascular Fellow (คือ registrar ที่กำลังต่อเฉพาะทางย่อย) จะมาราวด์ประมาณ 7.45 am จะเป็นการราวด์ที่เร็วมากเพราะหมอศัลย์ทั้งหลายต้องเริ่ม theatre (ห้องผ่าตัด) 8.30 am หน้าที่ของเราคือต้องส่งแลป ส่งคนไข้กลับบ้าน เช็คแล็ป ถ้าคนไข้ค่อนข้างป่วยต้องคุยกับหมอเฉพาะทางอายุรกรรมให้มาดู ถ้าทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ก็ควรจะเข้าห้องผ่าตัด ตอนบ่ายบางวันจะมี X-ray meeting ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกับหมอเอ็กเรย์ ซึ่ง resident อย่างเราต้องเตรียมฟิล์มให้พร้อม อันนี้แหละน่าปวดหัว เพราะบางทีคนไข้เพิ่งได้ฉีดสีดูหลอดเลือดตอนเช้า ตอนบ่ายทีมก็อยากดูฟิล์มแล้ว ต้องไปแย่งกับหมอเอ็กซเรย์มาให้ท่านๆ consultant ถกกันก่อน จะมีบ่ายวันนึงที่จะต้องออกตรวจคนไข้นอก หน้าที่ resident หลักๆ คือดูแผลกับพยาบาล ถ้ามีอะไรก็ถาม registrar, fellow หรือ consultant ได้ เพราะอยู่ห้องติดๆ กัน แต่บางทีเรอะ กว่าท่านๆ จะมาถึงกันก็สายไปเกือบชั่วโมงแล้ว เฮ้อ

วันพุธเย็นจะมีวอร์ดราวด์ใหญ่ ที่ Consultant ทั้งหมดรวมกันก็ห้าหกคนได้ จะมาราวด์วอร์ดด้วยกัน fellow จะเป็นคนรายงานเคส ส่วนเราก็ทำตัวหงิมๆ เดินตาม แต่ด้วยความติดนิสัยที่ว่าผู้น้อยต้องบริการผู้ใหญ่ เราก็มักจะแกะผ้าพันแผลให้ผู้ใหญ่ได้ดูกัน หยิบของให้ หยิบถุงมือให้ จนหมอหัวหน้าแผนกชมขึ้นมาวันนึงว่า ยูเป็น resident ที่รู้งาน ขยันขันแข็งดีมาก หมดราวด์วันนั้น Fellow บอกว่า ทำงานมาหลายปีเพิ่มเห็นหัวหน้าแผนกชม resident วันนี้แหละ อิอิ ดีจังจะได้ขอให้เค้าเป็น referee ให้ได้

รู้งานคร่าวๆ แล้ว เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ถูกจับให้อยู่วอร์ดมหาโหดเข้าให้อีกละ ไม่ได้อคติจริงๆ เค้าดูแล OTDs (หมอต่างชาติ) อย่างเราได้แตกต่างจากหมอที่จบที่นี่อย่างเห็นได้ชัดจากการจัดตารางงาน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สู้ๆนะคร้า คุงหมอ

เพื่อคนไข้ๆๆๆๆ

ที่นู่นมีนักเทคนิคการแพทย์มั้นคร้า

ถ้าเรียนจบแล้วอยากไปทำงานต่างประเทศมั่งอ่ะ

#1 By PoKPak3 on 2009-01-25 12:47

สวัสดีค่ะ คุณพี่หมอโอ(ขออนุญาตเรียกแบบนี้นะค่ะ อิอิ)

บุ๋มอ่านตั้งแต่อันแรกยันอันสุดท้ายคืออันนี้

เขียนได้สนุกมากมายค่ะ เห็นภาพเลย

เหมือนดู gray anatomy อยู่เลย อิอิ

ยินดีที่ได้รู็จักนะค่ะ เดี๋ยวกำลังจะไปเรียนต่อที่ tasmania ค่ะ พี่หมออยู่เมลเบิรน์ใช่ไหมเอ่ย


ปล สู้ๆๆค่ะ



big smile

#2 By barumbum (125.24.182.201) on 2009-01-27 12:33

ขอบคุณค่ะแล้วก็ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ใช่ค่ะอยู่เมลเบอร์น น้องบุ๋มมาเมื่อไหร่บอกละกันนะคะ มีเพื่อนรุ่นน้องอยู่โฮบาร์ทสองสามคนค่ะ

ตอบคุณ PokPak3 นะคะ เทคนิคการแพทย์นี่คือ Medical technician รึเปล่าคะ คิดว่าที่นี่มีนะคะ แต่ต้องลองเช็คดู เท่าที่ทราบ Medical scientist นี่ in demand ค่ะbig smile

#3 By Sira on 2009-01-31 18:11

สวัสดีคะคุณหมอโอ ดีใจจังได้รู้จักคุณหมอที่เก่งๆ และน่ารัก คุณหมอพอจะบอกค่า Normal ของเบาหวานของที่ออสฯ ให้พี่ทราบได้มัยคะว่าเขาเรียกเป็นมิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เหมือนที่บ้านเรารึเปล่า? รบกวนช่วยส่งมาที่ atidarat@yahoo.de ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ..
ขอให้คุณหมอมีความสุขมากๆ นะคะ สู้ๆ ค่ะ..

#4 By kart (90.128.55.135) on 2009-02-20 18:47