โดนลากเข้าห้องผ่าตัด
posted on 01 Feb 2009 14:51 by cmudocinmelb
บอก registar & fellow แต่แรกแล้วว่า ไอไม่อยากเป็นหมอศัลย์ ไอไม่เข้าห้องผ่าตัดได้ป่ะ (ที่นี่เค้าพูดกันตรงๆ ก็ดีไปอย่าง ไม่ต้องสร้างภาพ) พวกหมอรุ่นพี่ก็เข้าใจ พวกนี้คงคิด ก็ดี จะได้มีคนดูแลคนไข้ในวอร์ด Win-win ทั้งสองฝ่าย แต่หลังจากหลบหลีกการเข้าห้องผ่าตัดมาเป็นอาทิตย์ ก็ถูกตามให้เข้าไปช่วยผ่าตัดจนได้ เฮ้อ
เอาล่ะสิ เข้าห้องผ่าตัดยังไงยังไม่รู้เลย ดูๆ คนอื่นเค้า ต้องรูดบัตรเข้าก่อน ต้องไปผ่านห้องแต่งตัว หยิบเสื้อสครับสีฟ้าเปลี่ยน ใส่หมวกคลุมผม กับถุงคลุมรองเท้า เดินเข้าไปในเขตห้องผ่าตัด ใครเป็นใคร พยาบาล หมอ ก็มั่วกันไปหมด (ปกติก็ดูกันไม่ค่อยออก เพราะแต่งตัวเหมือนๆ กัน) ยิ่งคลุมหัว ปิดจมูก ปิดปากกันอีก ยิ่งไปกันใหญ่ เข้าไปแล้ว ต้องไปดูว่าวอร์ดเราอยู่ห้องผ่าตัดห้องไหน แล้วไปยื่นหน้าดูตรงกระจกใสหน้าห้องผ่าตัดว่าเป็นทีมของเราแน่ๆ รึเปล่า
ตอนแรกเป๋อมาก เพราะคลุมหน้าสุดฤทธิ์เดินเข้าห้องผ่าตัด แต่แล้วก็เห็นมีแต่คนในฟิลด์ผ่าตัดเท่านั้นที่คลุมจมูกกับปาก หมอดมยายังไม่คลุมจมูกเลย ก็เลย เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เห็นมั๊ย มันไม่ปลอดเชื้อเหมือนบ้านเรา จริงๆ
เคสแรกที่เข้าไปช่วยเป็นเคสปลูกถ่ายหลอดเลือดเทียมที่ขา เริ่มไปละส่วนหนึ่ง consultant บอกให้เราเข้าช่วยกับ registrar อีกคน เราก็ออกไปล้างมือ ใช้หลังดันประตูเข้าห้องผ่าตัด บอกพยาบาลว่าถุงมือเราเบอร์อะไร แล้วก็เช็ดมือใส่เสื้อคลุมปลอดเชื้อ (sterile) หยิบถุงมือใส่ทับ พยาบาลก็มัดเสื้อให้เราเหมือนที่เมืองไทย แต่ทีนี้ วิธีใส่ถุงมือที่เรียนมาจากบ้านเรานั้นอาจดูแตกต่างจากที่นี่เล็กน้อย เลยถูกพยาบาลห้องผ่าตัดค้อน แล้ว registrar อีกคนก็มาทำโชว์ให้ดู ต่อหน้าเราก็ อือ อา แท้งกิ้ว ตามเรื่อง แต่ในใจคิดว่า โธ่ ตูนะ sterile technique ดีกว่าเยอะ วิธีที่เราใส่แบบบ้านเราถูกหลักปลอดเชื้อย่ะ ช่างเถอะ เออออห่อหมกไปแล้วเดินไปเข้าฟิลด์ผ่าตัด
ดึงโน่น ดึงนี่ อย่างที่ consultant ยื่นให้ถือ ดูดเลือดบ้าง ดูดควันบ้างตามเรื่อง จนเสร็จทุกอย่างเหลือแต่เย็บผิวหนังให้ติดกัน consultant ก็จะออกห้องผ่าตัดกัน ปล่อยให้เรากับ registrar ปิดฟิลด์ให้เสร็จ registrar ก็หันมาถามเราว่าเย็บเป็นมั๊ย ขอโทษ เย็บเป็นย่ะ เย็บเก่งด้วยเฟ้ย แต่เปล่าเลยที่นี่ใช้ staple ใช่ค่ะ คล้าย staple ที่เย็บกระดาษเลย เย็บไปเรื่อย เพราะแผลที่ขายาวมาก แต่ดูผลจากคนไข้หลายคนแล้ว ดูเป็นแผลตะขาบไม่ค่อยสวยเลยอ่ะ
พอเสร็จแล้ว ก็อยู่ช่วยคนงานยกคนไข้ใส่เตียงล้อเลื่อน ทิ้งผ้าบางส่วน ขอบคุณรอบทิศ ทั้งหมอดมยา พยาบาลที่ช่วย พยาบาลผู้ช่วย คนขนเปล แล้วก็ออกห้องผ่าตัดไปดู registrar หรือ consultant เขียนรายงานการผ่าตัดค่ะ
เตร็ดเตร่ไปมาซักพัก ถ้าไม่มีอะไรต่อก็ขอออก ถ้ามีเพจตามเรียกก็มีเรื่องขอตัวออกห้องผ่าตัดก่อน ความจริงระหว่างรอเคสนี่นานมาก ไม่รวดเร็วเหมือนบ้านเราเลย แต่หมอศัลย์ที่นี่ก็มักจะเตร็ดเตร่ในห้องผ่าตัดกันซะส่วนใหญ่ ไม่ออกไปดูวอร์ดเลย ไม่เห็นจะยุ่งมากจนไม่มีเวลาเปลี่ยนชุดหรือใส่เสื้อคลุมก่อนออกนอกห้องผ่าตัดกันเลย สงสัยที่ไม่ค่อยเปลี่ยนชุดกันเพราะคิดว่าใส่ชุดสครับแล้วดูเป็นหมอศัลย์ดีมากกว่ามั๊ง มีเพจเข้ามาพอดีมีข้ออ้างหนีกลับวอร์ดล่ะ ดีจัง

แผลตะขาบ
บางทีที่ไม่เปลี่ยนชุดคงเป็นเพราะเตรียมพร้อมทุกสถานะการณ์มั่งงับ (ตรูว่าไปนู้น) โฮะ ๆๆๆๆ
#1 By KAINO on 2009-02-01 15:06