ตอง A (AAA)
posted on 03 Feb 2009 11:42 by cmudocinmelb
AAA ย่อมาจาก Abdominal aortic aneurysm คือ หลอดเลือดเส้นใหญ่ในช่องท้องโป่งพองออกเป็นแบบบอลลูน อาจเกิดจากที่หลอดหลือดส่วนอื่นแข็งตัวหมดแล้วส่วนนี้อ่อนเลยโป่งพองออก หรืออาจเกิดจากการที่ผนังหลอดเลือดใหญ่แซะรั่วออกในชั้นของผนังเอง หากหลอดเลือดนี้โป่งพองใหญ่กว่า 5 cm (ตัวเลขนี้อาจแตกต่างตามตำราค่ะ) ถือว่าอันตราย เพราะหากหลอดเลือดโป่งพองออกใหญ่จนระเบิดออกเองแล้ว โอกาสเสียชีวิตสูงมากค่ะ เคยเห็นเคสหนึ่งสมัยเรียนที่เชียงใหม่ ที่คนไข้ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดฉุกเฉินเพราะเจ้าหลอดเลือดนี้ของคนไข้รั่วออกค่ะ จำได้ว่าเลือดเต็มฟิลด์ผ่าตัด ต้องให้เลือดเป็นการด่วนระหว่างผ่าตัดไปหลายสิบถุง โชคดีที่คนไข้รายนั้นรอดมาได้ค่ะ เพราะโอกาสรอดน้อยมากจริงๆ
ในรพ.ที่เคยทำงานอยู่นั้น มีหมอ Consultant คนนึง เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ โดยเค้าร่วมมือกับหัวหน้าแผนก X-ray ค่ะ ทำการปลูกถ่ายหลอดเลือดเทียมเข้าไว้ภายในหลอดเลือดโป่งพองนี้เพื่อให้เลือดเดินผ่านหลอดเลือดเทียมแทนค่ะ แต่เทคนิคที่เค้าทำ ทำคล้ายๆ กับ Angiogram คือการสอดเข็มเข้าตรงขาหนีบ สอดผ่านเจ้าหลอดเลือดเทียมเข้า แล้วให้มันพองออกตอนที่ผ่านเข้าถึงตำแหน่งของตอง A
เห็นวิธีนี้ไม่กี่ครั้งแต่ทึ่งมากค่ะ นี่ขนาดดูห่างๆ จากห้องกันรังสี หมอที่เข้าฟิลด์ก็ต้องใส่เสื้อกันรังสีกัน ดูแล้วคิดว่า วิทยาการสมัยใหม่นี่ ลดเวลา ลดแรงงาน ลดอะไรหลายๆ อย่างไปได้เยอะ แต่แน่นอนค่ะ ค่าใช้จ่ายสูงกว่าแน่ๆ แต่ในออสเตรเลียรัฐบาลจ่ายให้เกือบทั้งหมดค่ะ แต่วิธีนี้สามารถทำได้ในบางเคสเท่านั้น เพราะไม่เหมาะสมในตอง A บางแบบเหมือนกัน
มีคนไข้ที่ย้ายถิ่นฐานมาจากฟิลิปปินส์คนนึงถูกนำตัวเข้ามาเข้ารับการวินิจฉัยและรักษา
ตอง A คนไข้พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ดีนัก
แต่มีภรรยาและลูกมาเฝ้าทุกวัน ซึ่งรุ่นลูกทำตัวเป็นล่ามให้โดยปริยาย คนไข้คนนี้มีประวัติเบาหวาน
หัวใจและไตทำงานได้ไม่ดีนัก คนไข้มารอการฉีดสีดูว่าขนาดและลักษณะของ AAA นี้เป็นอย่างไร ตอนแรกหมอในแผนกกะว่าคงนอนรพ.แค่สองสามคืน แต่ไปๆ มาๆ
อยู่นานมาก
เรื่องมีอยู่ว่า คืนแรกที่คนไข้มาอยู่มีการสั่งน้ำเกลือให้คนไข้ ให้แบบ rate ช้าๆ เพื่อรักษาการทำงานของไต ปรากฎว่ารุ่งขึ้นคนไข้ถูกย้ายห้องไปอยู่ห้องคนไข้ที่ค่อนข้างหนักของวอร์ด รับเวรจากหมอเวรดึกทราบว่า คนไข้มีอาการหายใจลำบากตอนกลางคืน ตรวจพบว่าน้ำท่วมปอด (pulmonary oedema) และบวม ต้องหยุดการให้น้ำเกลือ ฉีดยาขับน้ำออกจากกระแสเลือด คนไข้เลยไม่สามารถรับการฉีดสีได้ อีกทั้งการทำงานของไตแย่ลงอีก ต้องค่อยๆ ให้น้ำเกลืออย่างช้าๆ หยุดยาบางตัว รอให้การทำงานของไตดีขึ้น แต่พอให้น้ำเกลือก่อนฉีดสีอีก คนไข้ก็เกิดอาการหายใจลำบากอีก เป็นแบบนี้ วนไปวนมาอีกหลายรอบ หมออายุรกรรมหลายแผนกเพียรมาดูคนไข้ทุกวัน ให้ความเห็น ให้การรักษาทุกวัน
คราวนี้หมอโรคไตคิดว่า ไตของคนไข้ทำงานค่อนข้างแย่ หากคนไข้ต้องได้รับการฉีดสีเพื่อการวินิจฉัย AAA ไตคนไข้อาจแย่ลงถึงขั้นต้องได้รับการฟอกเลือด (dialysis) พอถึงจุดนี้ปุ๊บ คนไข้ปฏิเสธทันทีว่าไม่ต้องการการฟอกเลือด เพราะเพื่อนคนนึงของเค้าเสียชีวิตจากการฟอกเลือด แต่ถ้าไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษา AAA คนไข้ก็มีโอกาสเสี่ยงเพราะ AAA ของเค้าก็ใหญ่พอควร ทีนี้ล่ะ เป็นปัญหาที่ต้องถกกันว่าทำอย่างไรให้ได้สมดุลของไตและปริมาณน้ำ การทำงานหัวใจ จิปาถะ อีกปัญหาคือ ต้องมีการหาล่ามมาอธิบายเรื่องการฟอกเลือดให้คนไข้ฟัง ให้พยาบาลด้านการฟอกเลือดมาอธิบาย ต้องมี Family meeting ให้ทุกคนเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร ความเสี่ยงของแต่ละอย่างมีแค่ไหน
ทีนี้ครอบครัวของคนไข้อยากให้คนไข้ได้รับการรักษา AAA แต่คนไข้ไม่ยอมเสี่ยงกับการได้รับการฟอกเลือด สุดท้ายก็ตัดสินใจกันไม่ได้ ญาติและคนไข้ตัดสินใจกลับบ้านไปปรึกษากันก่อน
เพราะเคสนี้อยู่วอร์ดนาน
เลยได้พูดคุยกับลูกสาวเค้าบ่อยๆ อาจเป็นเพราะเป็นคนเอเชียเหมือนกัน วัฒนธรรมคล้ายๆ
กัน เลยคุยกันถูกคอ คนไข้ก็ชอบคุยกับเรามากกว่าคุยกับหมอคนอื่นๆ บางทีคนไข้บอกว่าจะขอคุยกับหมอซีร่าคนเดียวก็มี
ต่อมา
คนไข้กลับมาวอร์ดเหมือนเดิม คราวนี้บอกว่าตรวจวินิจฉัยดูก่อนละกัน
ถ้าไตวายค่อยว่ากันอีกที สรุป มาแบบเดิมค่ะ
คือให้น้ำเกลือก่อนแต่ครั้งนี้ให้แบบช้าสุดๆ คนไข้ไม่เกินภาวะน้ำเกินในปอด
ได้ทำการวินิจฉัยเสียที แต่เคสนี้ไม่ทันได้ทราบผล Consultant เอาเคสไปทำที่รพ.อื่นต่อ
เลยไม่ทราบว่าสุดท้ายเป็นยังไงค่ะ
แต่เคสนี้นอกจากได้เรียนรู้เรื่องการสมดุลระหว่างการทำงานของไต หัวใจ
เบาหวานแล้วยังได้มิตรภาพระหว่างคนไข้ ญาตคนไข้กับตัวเราเองด้วยค่ะ
ขนาดคนไข้กลับไปแล้ว ลูกสาวของเค้ายังทำการ์ดขอบคุณเอามาให้ น่ารักมากค่ะ แล้วยังส่งข้อความมาสวัสดีวันคริสต์มาสและปีใหม่อยู่ด้วยค่ะ
ขอบคุณจริงๆ 

#1 By peewa on 2009-03-04 20:11